Home
< back | 0 - 10 |  
acacha [userpic]

"ระบบเสีย" หรือ "ทำเสียระบบ"

August 28th, 2008 (08:58 am)

"ทำไม?"

จากวันก่อนๆ ทำให้เราได้ความคิดธรรมดาๆ เรื่องนึง
คือเราเจอเพื่อนร่วมงานที่มาวานให้คนอื่นช่วยแบบเหมือนจะโยนให้นั่นเป็นหน้าที่ของคนอื่นไปด้วยแล้ว 

เราเซ็ง แล้วก็คิดสงสัยว่าทำไมคนเราถึงไม่ทำตามระบบนะ? ในเมื่อแรกเริ่มคนเราก็คิดวางระบบ คิดว่ากฏ รายละเอียดโน่นนี่ จดไว้เป็นตัวอักษร เช็คแล้วเช็คอีกว่านี่คือระบบที่สมบูรณ์ที่สุด ครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
แล้วทำไมคนเราถึงไม่ทำตามระบบที่วางไว้?
ทั้งๆ ที่ถ้าแต่ละคนทำตามหน้าที่ของตัวเอง รับผิดชอบส่วนของตัวเองในระบบ ทุกอย่างก็จะเรียบร้อย เข้าที่เข้าทาง
แต่เพราะคนเราเดินออกนอกเส้นที่คนเราอีกนั่นแหละที่ขีดไว้เอง ทุกอย่างมันถึงเริ่มรวน เริ่มเกิดช่องโหว่ขึ้น
ตลกไหมที่มีรายละเอียด ขอบข่ายหน้าที่ สิ่งที่ควรทำบอกไว้เป็นตัวหนังสือเห็นๆ อยู่ แต่กลับไม่ทำตาม เหมือนมีคนคิดขึ้นมาเพื่อวางมันไว้ประดับโต๊ะเฉยๆ ซะอย่างงั้น ทั้งที่ตอนคิดก็พยายามแทบตายเพื่อให้มันสมบูรณ์ที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวาย แต่พอถึงคราวปฏิบัติจริง กลับไม่ทำตาม ปล่อยให้ความพยายามนั่นเสียเปล่า
พอเล่าให้พี่ฟัง พี่เราบอกนี่มันพูดเรื่องระดับชาติได้เลยน

ก็เพราะเริ่มจากการที่คนไม่ทำตามหน้าที่ ตามระบบ ไม่ทำสิ่งที่ตัวเองควรทำนั่นแหละ สังคมมันถึงวุ่นวาย
ถ้านายก/ประธานาธิบดีของประเทศที่มีหน้าที่ปกป้องพัฒนาประเทศชาติ ไม่ทำหน้าที่ มัวแต่ไปยุ่งกับประเทศอื่น หรือมัวแต่โกงกินชาติหาผลประโยชน์เข้าตัว หรือมัวแต่ไปเป็นหุ่นเชิดของใครบางคน... แบบนั้นประเทศชาติถึงต้องลำบาก  
ถ้าพนักงาน/เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนของตัวเอง ไม่ทำหน้าที่ เอาแต่โบ้ยงาน เอาแต่ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับงานของคนอื่น... แบบนั้นงานมันถึงไม่เดิน หรือไม่ก็เสียระบบ
ฯลฯ

---------

acacha [userpic]

อัพเดทชีวิตของเรา (ซะมั่ง)

August 12th, 2008 (09:29 pm)

หายหน้าไปหลายเดือน
ชีวิตตอนนี้ไม่ได้มีไรน่าตื่นเต้นมากมาย เรียกได้ว่าเรียบเรื่อย แต่ก็มีความสุขดี
งานที่ทำอยู่ตอนนี้... 
เงินก็ไม่ได้มากอะไร 
ตัวงานก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มพูนความรู้สักเท่าไหร่ 
ถ้าพูดถึงเรื่องภาษา... ได้หัดฟังมากกว่าหัดพูดล่ะมั้ง เพราะเรายังเป็นคนเงียบๆ เหมือนเดิม แต่ที่หัดก็ไม่รู้จะเห็นผลแตกต่างป่าวนะ เพราะไอ้ที่ได้ฟังมันไม่ใช่วิชาการไรมากมาย มันแค่คำพูดทั่วไป ธรรมดา ถ้าจะมีอะไรบ้างก็คง... ได้ฟังหลายสำเนียงดีมั้ง เพราะเราต้องทำงานกับฝรั่ง (มีฝรั่งมาสั่งงานมากหน้าหลายตาฮ่ะ) ทั้งสำเนียงธรรมดาอย่างเมกัน/อังกฤษ/ออสเตรเลีย หรือพวกแปลกๆ อย่างสเปน จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ (คนญี่ปุ่นเพิ่งลาออกไป เสียดายจัง ><) ที่ยากที่สุดเท่าที่ฟังมาคงเป็นคนสเปนกับคน... ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าน่าจะเป็นแถวๆ เยอรมัน วิธีพูดเค้าฟังดูเหมือนอมน้ำไปพูดไป 
นอกจากนี้ก็ไม่ได้เพิ่มพูนความรู้อะไร ซึ่งก็ธรรมดาอ่ะนะ ทำงานแบบนี้นี่
แต่เราก็สบายดีแบบเรื่อยๆ 
เรื่องอนาคตหรือความก้าวหน้าอะไร คงไว้คิดจริงจังหลังครบ 1 ปี
----------
เอาล่ะ อัพเดทเท่านี้แหละ ไว้เดี๋ยวจะทำรีวิวพวกหนัง/ซีรีย์ที่ดูช่วงนี้มาโพสต์ ดูมาหลายเรื่องมาก น่าสนุกทั้งนั้น

acacha [userpic]

เงียบเหงา...

May 20th, 2008 (08:48 pm)

ง่วงจัง...
เซ็งเรื่องหาดีเจ (ในใจคิด ทำไม๊ ทำไมต้องใช้ดีเจด้วยว่ะ งานแค่เนี๊ย) ยังหาไม่ได้ แต่ในเมื่อเค้าสั่งให้หาก็ต้องหา
วันนี้ก็เกือบๆ จะรู้สึกดีขึ้นละ เพราะคิดได้ว่าจะรีบไปทำซาก ตั้งเดือน ก.ค. ไว้อาทิตย์หน้าค่อยไฟรนก้นก็ยังเร็วไปเลย คิดได้แล้วก็สบายใจขึ้น กะไปซื้อหนังสือที่เซ็นทรัล เพราะคิดว่าน่าจะได้เวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบซะที แต่แม่ดันมา... อันนี้แหละเซ็งที่สุด
กว่าจะหลุดมาได้ก็เนี่ย
พอดีง่วง
-------
เซ็ง

acacha [userpic]

ถึงเวลาลาจากสวรรค์แห่ง isolation อีกครั้ง...

March 13th, 2008 (12:41 pm)

พรุ่งนี้...
ก็จะถึงเวลาที่เราต้องไปอยู่ในเงื้อมมือของฝรั่ง
ไม่ช่ายยย พรุ่งนี้เราจะเริ่มชีวิตเหมือนคนธรรมดา ตื่นเช้า (มาก) ออกไปทำงานอีกแล้วล่ะ....
เครียดน่าดูเลย มันไวเกินไปน่ะ คือเค้าต้องการคนด่วนมาก เราไปสัมภาษณ์มาเมื่อวาน วันนี้เค้าโทรมาบอกว่าได้ และบอกให้เราไปเริ่มงานพรุ่งนี้เลย! (ที่จริงเค้าจะให้ไปบ่ายนี้ด้วยซ้ำ แต่เรารู้สึกเหมือนสภาพจิต ณ ตอนนี้มันเกินรับ เลยอ้างไปก่อน ได้เลื่อนเป็นพรุ่งนี้แทน... เหมือนเค้าจะจับได้ด้วยว่าเราลังเล แต่ทำไงได้ล่ะ...)
ก็เรามันพวกรัก isolation เท่าสวรรค์ชั้น 11 ชอบ isolate ตัวเองโดยไม่รู้สึกแย่ซักกะติ๊ด พอต้องมาดำรงชีวิตแบบคนธรรมดาเลยเครียดเลย 
เครียดหนักด้วย
แถม (อันนี้ความลับนะ) เราเป็นโรคผวาฝรั่ง ^^" ทั้งที่ก็ไม่ใช่ว่าสื่อสารกะเค้าไม่รู้เรื่องนะ เค้ายังบอกว่าภาษาเราโอเค แต่มันก็อดผวาไม่ได้ คงอารมณ์ประมาณ ผวาสิ่งมีชีวิตที่ต่างจากเรามั้ง (สมัยโบราณเค้ายังไม่ชอบฝรั่งมังค่า หัวเหลือง หัวแดงเลยนี่นา) แล้วไอ้ที่จะไปเนี่ย มีแต่ฝรั่งทั้งนั้นอีก (มีแต่ฝรั่งทั้งนั้นจริงๆ ในห้องเดียวกันก็ 2 คนละ) 
เราบอกเจ๊ภัทรไปเมื่อกี้ แต่เจ๊ภัทรบอกว่า "ไม่ใช่แค่ฝรั่งหรอก เธอผวาหมดแหละ" --- ก็คงจริง เราเป็นมนุษย์ isolation นี่นา 
เครียด....
จนเกือบจะได้พล็อตเรื่องสั้นสไตล์ stream of consciousness 1 เรื่อง... 
เอาล่ะ!
เนื่องในโอกาสนี้จะขอบวงสรวงสวรรค์แห่ง isolation ในวันธรรมดาเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปเราคงต้องลดเวลาสุขสันต์ให้เหลือแค่เสาร์-อาทิตย์
โอมม~ isolation จงเจริญ~ 
ขออัญเชิญเทพแห่ง isolation รับเครื่องบวงสรวง //ชัวะๆ// (*กรีดส่วนของความเป็นมนุษย์ธรรมดาใส่โถบูชา*)
//คำนับอีก 11 ครั้ง//
~จบพิธี~
จากนี้เราจะเก็บสวรรค์ไปไว้เสาร์อาทิตย์ เราจะ fight for เงิน! เพราะเงินเดือนแปลว่าเงินซื้อหนังสือ 
...ขอพลังจงอยู่กับเรา...

-------
Acacha

acacha [userpic]

กินน้ำอะไรดี?

February 18th, 2008 (11:04 am)

เมื่อวานตอนกลางวันเราไปซื้อข้าวกับพี่สาว แล้วก็เลยหยุดเลือกน้ำที่จะเอามากินกลั้วคอหลังอาหารกันในซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง... และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้พวกเราได้ค้นพบเครื่องดื่มชนิดใหม่ล่าสุด!!!

ฉาก: หน้าตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ของซุปเปอร์
เวลา: 11 โมงกว่าๆ กำลังปลอดคนพอดี

พี่: ว่าไง? กินไรดี?
น้อง: ไม่รู้ว่ะ ดูก่อน
พี่: ไม่เอา โออิชิ นะ เพิ่งกินไปเอง ลองอย่างอื่นมั่ง นามะฉะมั้ย? (ว่าแล้วก็หยิบนามะฉะรสนึง)
น้อง: แหงะ ไม่เอาอ่ะ รสนั้นไม่ชอบ อยากกินนี่จัง (ชี้ไปที่แถวน้ำผลไม้ร้อยปูเซ็งกล่องยักษ์)
พี่: ดูราคาซะ ตู้เย็นจะแช่ก็ไม่มี (*หมายเหตุ: พี่น้องอยู่หอกัน ห้องรกอย่างกะอะไรดี เลยไม่เอาตู้เย็นมาแชร์พื้นที่)
น้อง: อ๊ะ! อยากกินนมเหมือนเมื่อก่อนอีกจัง (ชี้อีกแล้ว คราวนี้ไปที่นมสดขวดลิตร อย่างกับแกลลอนน้ำมัน เรียงรายมีให้เลือกหลายรส หลายขนาด)
พี่: บอกว่าไม่มีตู้เย็น... เอาไอ้นี่มั้ย เซนฉะ ราสเบอร์รี่
น้อง: ไม่เอาอ่ะ ไม่ชอบพวกเปรี้ยวๆ... โอย อันโน้นยิ่งเข้าไปใหญ่ ซุปเปอร์ เลมอน เปรี้ยวตาย... มีไรน่ากินอีกมั้ยหว่า
(มองไล่กันไปเรื่อยๆ อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะหยุดกึก มองขวดพลาสติกขนาดเล็กขวดหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากที่เดิม มันเป็นเครื่องดื่มยี่ห้ออะไรไม่ทันดู เพราะไม่เตะตา รูปทรงก็ไม่ได้แตกต่างจากยี่ห้ออื่น ราคาก็ไม่เว่อร์เกินขนาด แต่ที่คนเลือกต้องชะงักกึก เพราะมันคือ...!)
น้อง: เฮ้ยยย! Panda Drink!!!
(ป้าบ! เสียงตบหัวหนึ่งที - - - อันนี้เป็นจิ้นแบบการ์ตูน)
พี่: บ้านเธอสิ! น้ำต้มใบไผ่รึไง!? แค่น้ำใบเตยเฟ้ย
น้อง: อ้าว? เออ Pandan Drink นี่หว่า 5555+

- - - ถ้ามีแพนด้า ดริงค์ จริงๆ ก็น่าสนุกดีออก เนอะ? ^o^

acacha [userpic]

HBD = Horrible Birthday?

February 11th, 2008 (08:30 pm)

HBD to me
23 แหล่ว เหมือนจะไว แต่ก็ช้า

ข้อมูลใหม่ของ Acacha :
1. ความฝัน: อยากบำเพ็ญพรต 
2. ความตั้งใจ: ว่าจะเลิกกินเนื้อสัตว์ ตอนแรกกะไว้ว่ารอ 30 ก่อน แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจแฮะ อาจจะเร็วกว่านั้น แต่ไม่รู้เมื่อไหร่
3. สิ่งที่อยากทำช่วงนี้: อยากอ่านภารตนิยาย เตรียมศึกษาหาทางสู่ชั้นพรหม 
4. อาหารที่ชอบตอนนี้: โยเกิร์ตรสธรรมชาติ (มีกิเลสอย่างงี้จะบรรลุมั้ยเนี่ย?)

เอาล่ะ พอละ (นึกไม่ออก หมดมุข) 
วันเกิดปีนี้ไม่ค่อยลัลล้าเท่าไหร่ เจอแต่เรื่องเซ็งซ้ำแล้วซ้ำอีก แย่ชะมัด... 
เอาเถอะ ก็ยังดีที่ไม่ถึงขั้นวิกฤตอ่ะนะ 

+Acacha+ 

acacha [userpic]

Empty (เรื่องสุดแสนสั้น by อคาชา)

January 26th, 2008 (11:45 pm)

Empty
Original fiction by Acacha

...ไม่เข้าใจเลยหรือ...
การฝืนตัด 'ความรู้สึก' ออกไปในตอนแรกอาจจะยาก แต่การจะนำสิ่งนั้นคืนมามันยากยิ่งกว่า
...ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางถมเต็มความว่างเปล่าที่กลายเป็นหลุมลึกนี้ได้...
ความจริงมันเป็นอย่างนั้น... สิ่งที่พังทลายไปแล้ว ไม่มีทางกลับคืน... แล้วจะมาเรียกร้องเพื่ออะไร... ในเวลาที่ทุกอย่างมันสายเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม...

เสียงถอนหายใจหนักๆ ดังขึ้นมาจากร่างที่นั่งเอนหลังพิงผนังสีขาวของระเบียงนอกห้องพักเล็กๆ ของตนเอง ใบหน้าที่ส่อเค้าเหนื่อยหน่ายเงยขึ้นมองท้องฟ้าโดยไม่มีจุดหมาย ไม่มีรอยยิ้มทั้งบนริมฝีปากที่แห้งผากและดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ลมที่พัดเข้ามาถึงพื้นที่แคบๆ พัดให้ชายเสื้อเชิ้ตขาวที่ถูกแกะกระดุมออกรุ่ยๆ กระพือไปมา แต่เจ้าของก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะสนใจมันหรืออะไรอย่างอื่นรอบตัวมากไปกว่าเมฆก้อนหนาบนท้องฟ้า จนกระทั่ง...
ตื๊ดดดดด ตื๊ดดดดดด
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องดั่งขึ้น แต่ใบหน้าที่เหม่อลอยอยู่ก็เพียงแค่ละจากท้องฟ้าและก้มต่ำลงมาหาพื้นที่รอบตัวโดยไม่ขยับลุกไปหยุดเสียงรบกวนนั้น
..............

'ฉันปวดท้อง'
น้ำเสียงทรมานด้วยอาการเจ็บป่วยของตัวเองในความทรงจำดังขึ้น
'อืม กินยาที่ให้เมื่อกี้ไปแล้วใช่ไหมล่ะ?' เสียงงัวเงียของใครอีกคนตอบกลับมาจนคนฟังเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่ได้เห็นเป็นเรื่องหนักหนา เฉยชาเสียจนคนฟังต้องกลืนคำพูดมากมายเหลือแค่ประโยคธรรมดาๆ อีกประโยคหนึ่ง
'กินแล้ว แต่มันไม่หาย ปวดท้องจนนอนไม่หลับ'
'อือๆ นอนๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็หายเอง'
ทำอะไรไม่ได้... นอกจากทนต่อไป...
ความเจ็บป่วยนั้น ไม่นานก็หาย และเมื่อไม่เหลืออาการแล้ว ความรู้สึกทรมานก็หายไปด้วย... แต่รูรั่วเล็กๆ ที่ไม่มีใครเห็น... ไม่มีทางรักษา
..............

ใครสักคนเคยบอกไว้ว่า คนเรามักจะจำเรื่องร้ายๆ ได้มากกว่าเรื่องดี
นั่นก็เพราะความสุขมันเป็นเหมือนความอบอุ่นของฤดูร้อนที่อาบไปทั่วร่าง รายล้อมรอบตัวให้รู้สึกถึงความอิ่มเอม
แต่ความทุกข์นั้น... เป็นเหมือนลมหนาวที่กรีดลึกลงไปจนถึงกระดูก บาดเข้าไปถึงข้างในเพื่อทิ้งรอยแผลที่ยากจะลบเลือน

ข้อมือเล็กที่เป็นรอยแดงรูปคล้ายรอยนิ้วมือวางทิ้งลงกับพื้นกระเบื้องสีซีดจาง เสียงโทรศัพท์เครื่องเดิมยังดังไม่หยุด เพราะคนที่ไม่เข้าใจไม่รู้เลยว่าทุกอย่าง 'จบ' ลงแล้ว
ในฝ่ามือข้างนั้นกำของขนาดไม่ใหญ่นักไว้แน่นจนแทบมองไม่เห็น แต่ดวงตาที่เหม่อลอยก็ค่อยๆ เลื่อนมาหาสิ่งนั้นด้วยแววของการตัดสินใจ 
..............

'ทำไมถึงไปบ้านหมอนั่น' เสียงที่เคยถามในอดีตราบเรียบแต่เย็นชาจนสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจเต็มเปี่ยม
ยิ่งเมื่อได้ความเงียบเป็นคำตอบ ฝ่ายที่กำลังขับรถจึงระบายความไม่พอใจออกมาจากท่าทางและสายตา โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าดวงตาแดงก่ำของร่างบนที่นั่งข้างๆ เลื่อนลงไปหาโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่ถูกวางทิ้งไว้ข้างเบาะ
แขนที่พ้นออกมาจากชายเสื้อคลุมเต็มไปด้วยรอยแดงเถือก เลือดแห้งกรังยังเกาะติดอยู่ตามบาดแผลเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่ว แต่เจ้าของไม่สนใจอะไรนอกจากจะยื่นมันออกไปหยิบโทรศัพท์ตรงหน้าขึ้นมา
หน้าจอดับสนิท บอกว่าเจ้าของไม่ใส่ใจจะเปิดเครื่องนานแล้ว... และกว่าจะรู้ว่ามีสายเรียกเข้ามาสักกี่ครั้งก็คงพรุ่งนี้เช้า... แล้วจะมีประโยชน์อะไร?
มือข้างที่ว่างอยู่กำแน่น ขณะที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหันมองออกนอกหน้าต่างพร้อมกับประกายของการตัดสินใจ
.............

ความจริงมันเป็นอย่างนั้น... สิ่งที่พังทลายไปแล้ว ไม่มีทางกลับคืน... แล้วจะมาเรียกร้องเพื่ออะไร... ในเวลาที่ทุกอย่างมันสายเกินกว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม?

เสียงโทรศัพท์จากในห้องที่ดังอยู่หลายสิบรอบเงียบลงไปแล้ว... แต่อีกพักหนึ่งก็คงกลับมาอีก
มือที่วางอยู่บนพื้นค่อยๆ ยกขึ้น เผยให้เห็นมือถือเครื่องเล็กที่ถูกกำแน่นอยู่ข้างใน นิ้วที่สั่นนิดๆ กดตัวเลขที่เคยคิดว่าลบออกไปหมดแล้ว แต่ความจริงกลับฝังลึกอยู่ในใจไม่ต่างจากเมื่อก่อน... ผิดก็แต่เวลานี้ ความทรงจำฝังลึกนั้นมันทาบขนานไปกับรอยร้าวที่ไม่มีทางลบหาย
ตื๊ดดดดด ตื๊ดดดดดด
สัญญาณที่เคยต้องรอฟังมันดังอยู่เป็นสิบๆ รอบในอดีต วันนี้ต่างออกไป เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง เสียงปลายสายก็ดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น แต่...
"มันจบแล้วล่ะ... ไม่มีทางแล้ว... พอเถอะ..."
............

ใครสักคนเคยบอกไว้ว่า คนเรามักจะจำเรื่องร้ายๆ ได้มากกว่าเรื่องดี
ใช่แล้วล่ะ... ก็เพราะคนเราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ... ความเจ็บปวดที่เคยเจอมาแล้วจึงสลักลึก และกลายเป็นบทเรียนที่ไม่มีวันลืม    

FIN

Talk: เมื่อวานเขียนๆๆ ด้วยอารมณ์บางอย่าง ^^ แล้วก็เห็นว่าไหนๆ ก็เป็นรูปเป็นร่างละ ถึงจะสุดแสนสั้น แต่ก็เอามาเก็บไว้ในไดดีกว่า ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละจ้า

acacha [userpic]

ไหนๆ ก็ขึ้น theme ใหม่ทั้งที อัพซะหน่อย

January 21st, 2008 (08:27 pm)

ไม่ได้อัพตั้งนานแน่ะ... ไม่ใช่อะไร มัวแต่เอาเวลาไปใช้ account ในการสูบ ^^ 
ที่นี่เลยมีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายอย่าง (เรอะ?) เช่น รูป---กลายเป็นรูปลูลู่สุดที่รักไปแล้ว (*ไปเอามาจาก community ของ code geass ฮับ จำไม่ได้แล้วว่าใครแจก) กับหน้า Friend ที่มีขึ้นมาแล้ว เพราะไปลง community ซะเยอะ 
ที่จริงมีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเยอะมาก เรื่องดีๆ ก็มี เรื่องไม่ดีก็เยอะ แต่ยังไง สุดท้ายก็มีแต่เราที่เหมือนเดิม
(ขอบ่นไปด้วย: ทำไมมันโหลดช้าจังวะ อยากดู Shounen Onmyouji แต่หาโหลดไม่ได้ อับจนจัดเลยต้องไปโหลดจาก youtube ไฟล์เล็กก็ยอม แต่ขนาดนี้ยังช้าอีก ขออีกพาร์ทนึงเหอะว๊า... ไม่เคยอนาถขนาดนี้มาก่อนเลย)
*------*
ตอนนี้กำลังอีดิธนิยายฉบับด่วนอยู่เล่มนึง... เป็นเรื่องที่พิลึก แต่ก็ฮาดี คนวาดภาพประกอบเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เราชอบซะด้วย Shimizu Yuki เลยรู้สึกมีฟามสุขได้ ถึงแม้เรื่องจะแปลก โดยเฉพาะครึ่งเล่มแรก พิลึกพิลั่นมาก (ครึ่งเล่มหลังแค่แอบจิต 555+) 
โอ๊ะ
โหลดเสร็จแล้ว กลับบ้านดีกว่า
ไว้จะมาอัพใหม่นะ

Acacha
  

acacha [userpic]

ความสงบ

October 19th, 2007 (11:07 pm)

'...No one can bring you peace but yourself...'

- Ralph Valdo Emerson

acacha [userpic]

คิด....

July 5th, 2007 (11:17 am)

ตอนนี้เรา...รู้สึกเหมือนอยากไปที่อื่น
บางทีสิ่งที่จำเป็นสำหรับเราจริงๆ อาจจะเป็นการอยู่ห่างๆคนที่เราอยู่ด้วยตอนนี้ก็ได้
คนเราเรียกร้องจะฟังแต่สิ่งที่อยากฟัง สิ่งที่ฟังแล้วสบายใจอย่างเดียวตลอดไปไม่ได้ก็จริง แต่...
เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องเป็นฝ่ายทนทุกครั้ง
ทนฟังสิ่งที่ไม่อยากฟัง ทนเก็บอารมณ์โกรธ หงุดหงิด 
รู้สึกเหมือนที่นี่จะมีอะไรให้เราต้องทนเยอะจริงๆ ^^
....ตอนนี้มีเรื่องให้คิดหลายอย่าง มีเรื่องที่สับสนอยู่หลายอย่าง
แต่...เราคิดออกอย่างหนึ่งล่ะ ว่าเราน่าจะต้องการอะไร
เราอยากไปจากที่นี่
แต่ก็ไม่รู้จะทำได้รึเปล่าอ่ะนะ ^^ 
รอดูกันต่อไป

+Acacha+

< back | 0 - 10 |